Football Sponsored

'มิโยะ' ยอมรับ'ชบาแก้ว' แกร่งเป็นรองแคเมอรูนมาก ศึกชิงตั๋วฟุตบอลโลก

Football Sponsored
Football Sponsored

มิโยะ โอกาโมโตะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย พูดถึงผลจับสลาก ที่ไทย ต้องเจอกับ แคเมอรูน / โปรตุเกส ในการแข่งขัน ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 รอบเพลย์ออฟ อินเตอร์โซน 

ผลการจับสลากแบ่งสาย  ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 รอบเพลย์ออฟ อินเตอร์โซน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ไทยต้องพบกับ  แคเมอรูน ก่อน และผู้ชนะจะไปพบกับ โปรตุเกส เพื่อชิงตั๋วไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 

ด้าน มิโยะ โอกาโมโตะ เฮดโค้ชชบาแก้ว กล่าวว่า “เราต้องอยู่ในสายเดียวกับคู่ต่อสู่ที่แข็งแกร่ง แต่เราจะเตรียมตัวให้ดีที่สุด ในทุกสิ่งที่เราสามารถทำได้”

“คิดว่า แคเมอรูน ก็มีสถานะที่คล้ายกับไทย พวกเธอมีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกปี 2015-2019 เราคิดว่าเกมนี้เราเจอกับปัญหาเรื่องที่พวกเธอมีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายที่เหนือกว่าจากประเทศจากแอฟริกา แต่เราก็หวังว่าเราจะใช้คุณภาพของเรา ในแต่ละบุคคล และแบบทีมในการสู้กับพวกเขาให้ออกมาสูสี”

“เรามีเเผนที่จะกลับมาเก็บตัวอีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคม นี้ จากนั้นจะไปประเทศออสเตรเลียในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเก็บตัวและอุ่นเครื่อง และเดือนธันวาคมจะเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเตรียมความพร้อมต่อไป”

“เราจะไม่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นหรือคอนเซปต์ของทีม แต่จะวางแผนผสมผสานโดยเฉพาะจุดแข็งของผู้เล่นแต่ละคนเอามารวมกันให้ลงตัว” 

สำหรับนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะเริ่มเข้าแคมป์เก็บตัวในวันที่ 20 ตุลาคม นี้ ซึ่งมีโปรแกรมที่จะเดินทางไปอุ่นเครื่องกับทีมชาติออสเตรเลีย  1 นัด ในช่วงเดือนพฤศจิกายน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2023 รอบเพลย์ออฟ อินเตอร์โซน  ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประเทศนิวซีเเลนด์

Football Sponsored
ฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นมากที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2440 และฟุตบอลทีมชาติไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกฟีฟ่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นับว่าเป็นประเทศแรกของโซนเอเชียที่เป็นสมาชิกฟีฟ่า แต่เป็นทีมที่ในอดีตไม่ประสบความสำเร็จในระดับไหนเลย แต่ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพ 2007 ในอดีตประเทศไทยไม่ค่อยสนับสนุนนักฟุตบอลอาชีพนัก นักเตะจึงนิยมไปค้าแข้งกับประเทศอื่นที่มีการสนับสนุนดีกว่า แต่หลังจากปี พ.ศ. 2552 ฟุตบอลอาชีพไทยเริ่มตื่นตัว เนื่องจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียตั้งกฎข้อบังคับให้แต่ละสโมสรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่มีสโมสรองค์กร รัฐวิสาหกิจ ปรับตัวไม่ได้ จึงต้องมีการยุบทีมทิ้ง หรือขายทีมไป หลังจากไทยพรีเมียร์ลีก 2552 เริ่มขึ้น แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมส์ในสนามมากขึ้น เงินเดือนนักเตะสูงขึ้น การจัดการของแต่ละสโมสรดีขึ้น ลีกไทยค่อย ๆ พัฒนาเป็นระดับ ส่งผลทำให้นักฟุตบอลที่เคยไปค้าแข้งต่างแดนกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าตอบแทนไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลงานทีมชาติกลับสวนทางเพราะว่าต้องใช้เวลาปรับตัว เนื่องจากยุคที่ลีกบ้านเรายังไม่เจริญนักฟุตบอลมีเวลาเตรียมทีมเยอะ แต่ปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะสโมสรเรียกเก็บตัวซ้อมเพื่อการแข่งขัน นักเตะจึงต้องใช้เวลาปรับตัว แต่ถือว่าฟุตบอลของประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 ปี แฟนบอลหันมาเชียร์ทีมในจังหวัดตัวเองมากขึ้น ทีมกระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดท้องถิ่นนิยม จึงเป็นที่มาที่แฟนบอลไทยเข้าไปชมเกมฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 มากขึ้นนั่นเอง

This website uses cookies.