Football Sponsored
Categories: ฟุตบอล

“แรชฟอร์ด” ทาบสถิติยิงสูงสุดบอลยุโรป – PPTVHD36

Football Sponsored
Football Sponsored

โดย PPTV Online เผยแพร่ ปรับปรุงล่าสุด

มาร์คัส แรชฟอร์ด สร้างสถิติ ทาบตำนานอย่าง เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ด้วยการยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลถ้วยยุโรป

“แรชฟอร์ด” ทาบสถิติยิงสูงสุดบอลยุโรป

“ลีดส์-สเปอร์ส” รุมแย่ง “อเกวโร่” ล่าตาข่าย

“แมนฯยู” เตรียมยื่น “ลินการ์ด” แลก “ไรซ์”

จากการที่ แรชฟอร์ด ยิงประตูนำร่องให้แมนฯยูไนเต็ด ก่อนเอาชนะ กรานาดา ไปได้ 2-0 ในยูโรป้าลีก นอกจากจะช่วยให้ทีมคว้าชัยแล้ว แรชฟอร์ด ยังได้ทำสถิติทาบผู้เล่นระดับตำนานสโมสรอย่าง เซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ซึ่งเคยทำไว้ในฤดูกาล 1964-1965 หรือเมื่อ 56 ปีที่แล้ว โดย แรชฟอร์ด ยิงในถ้วยุโรป 8 ประตูจากการลงสนาม 11 นัด นับตั้งแต่เกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม จนถึงยูโรปาลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรก เมื่อคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ แรชฟอร์ด ยังเป็นนักเตะจากพรีเมียร์ลีกคนที่ 4 ที่ยิงถึง 20 ประตูในทุกรายการ เช่นเดียวกับ บรูโน เฟร์นานเดส (23 ประตู), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (27 ประตู) และ แฮร์รี เคน (29 ประตู)

ยังมีการเปิดเผยสถิติของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในพรีเมียร์ลีกออกมาอีกด้วย ว่าเขาเป็นกองหน้าที่มีเปอร์เซ็นต์ยิงเข้ากรอบแม่นยำกว่า แฮร์รี่ เคน ซึ่งทั้งสองคนจะต้องเจอกันในเกมวันอาทิตย์นี้ด้วย

เปิดสถิติ “แรชฟอร์ด” ยิงคมกว่า “เคน”

(นับเฉพาะพรีเมียร์ลีก)

“แรชฟอร์ด”

-มีโอกาสยิง 365 ครั้ง

-ยิงตรงกรอบ 163 ครั้ง

-เปอร์เซ็นต์ความเฉียบคม 45%

“เคน”

-มีโอกาสยิง 888 ครั้ง

-ยิงตรงกรอบ 394 ครั้ง

-เปอร์เซ็นต์ความเฉียบคม 44%

ทั้งนี้ในฤดูกาล 2020-2021 แฮร์รี่ เคน ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 19 ประตู ส่วน แรชฟอร์ด แม้จะยิงเข้ากรอบมากกว่า แต่เขาเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้น้อยกว่าเคน อยู่ที่ 10 ประตู  ขณะที่สถิติการเจอกันของแมนฯยูไนเต็ด และ สเปอร์ส ก่อนเกมวันอาทิตย์นี้ เป็นอย่างไรบ้าง ไปดูกันหน่อย

สถิติ สเปอร์ส พบ แมนฯยูไนเต็ด

เจอกัน 165 ครั้ง

สเปอร์ส ชนะ 39

แมนฯยูไนเต็ด ชนะ 86

เสมอ 40

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายนนี้ แมนฯยูไนเต็ด มีคิวออกไปเยือน สเปอร์ส ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ PPTV ยิงสดคู่นี้ เข้ารายการตั้งแต่ 4 ทุ่ม

Football Sponsored
ฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นมากที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2440 และฟุตบอลทีมชาติไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกฟีฟ่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นับว่าเป็นประเทศแรกของโซนเอเชียที่เป็นสมาชิกฟีฟ่า แต่เป็นทีมที่ในอดีตไม่ประสบความสำเร็จในระดับไหนเลย แต่ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพ 2007 ในอดีตประเทศไทยไม่ค่อยสนับสนุนนักฟุตบอลอาชีพนัก นักเตะจึงนิยมไปค้าแข้งกับประเทศอื่นที่มีการสนับสนุนดีกว่า แต่หลังจากปี พ.ศ. 2552 ฟุตบอลอาชีพไทยเริ่มตื่นตัว เนื่องจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียตั้งกฎข้อบังคับให้แต่ละสโมสรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่มีสโมสรองค์กร รัฐวิสาหกิจ ปรับตัวไม่ได้ จึงต้องมีการยุบทีมทิ้ง หรือขายทีมไป หลังจากไทยพรีเมียร์ลีก 2552 เริ่มขึ้น แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมส์ในสนามมากขึ้น เงินเดือนนักเตะสูงขึ้น การจัดการของแต่ละสโมสรดีขึ้น ลีกไทยค่อย ๆ พัฒนาเป็นระดับ ส่งผลทำให้นักฟุตบอลที่เคยไปค้าแข้งต่างแดนกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าตอบแทนไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลงานทีมชาติกลับสวนทางเพราะว่าต้องใช้เวลาปรับตัว เนื่องจากยุคที่ลีกบ้านเรายังไม่เจริญนักฟุตบอลมีเวลาเตรียมทีมเยอะ แต่ปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะสโมสรเรียกเก็บตัวซ้อมเพื่อการแข่งขัน นักเตะจึงต้องใช้เวลาปรับตัว แต่ถือว่าฟุตบอลของประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 ปี แฟนบอลหันมาเชียร์ทีมในจังหวัดตัวเองมากขึ้น ทีมกระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดท้องถิ่นนิยม จึงเป็นที่มาที่แฟนบอลไทยเข้าไปชมเกมฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 มากขึ้นนั่นเอง

This website uses cookies.