สมาคมบอลมาเลย์เผยเหตุแบนแข้งเมียนมาชู 3 นิ้ว ชี้ฟุตบอลไม่ควรแบ่งแยกหรือเข้าข้างใคร
สมาคมบอลมาเลย์เผยเหตุแบนแข้งเมียนมาชู 3 นิ้ว ชี้ฟุตบอลไม่ควรแบ่งแยกหรือเข้าข้างใคร
บาลจิต ซิงห์ สิทธุ ประธานฝ่ายวินัย สมาคมฟุตบอลมาเลเซีย เผยกับสำนักข่าว “เอเอฟพี” เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ว่า คณะกรรมการมีมติลงโทษแบนฮีน เต็ต อ่อง แข้งชาวเมียนมาของสโมสรสลังงอร์ เอฟซี 2 ในลีกระดับดิวิชั่น 2 จากกรณีชูสามนิ้วซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านกองทัพเมียนมาที่สังหารพลเรือนที่ออกมาประท้วงกองทัพที่บ้านเกิดแล้วกว่า 500 ราย โดยฮีน เต็ต อ่อง ชูสามนิ้วดังกล่าวในเกมเตะกับพีดีอาร์เอ็ม เอฟซี เมื่อต้นเดือนมีนาคม จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์
ประธานฝ่ายวินัยระบุว่า การกระทำของแข้งเมียนมาละเมิดกฎห้ามสื่อภาษาหรือแสดงท่าทางที่เป็นเชิงสื่อสารในประเด็นต่างๆ ฟุตบอลควรอยู่เหนือเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา และการเมือง ฟุตบอลควรเป็นสิ่งที่รวมผู้คนเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ถูกใช้ในการแบ่งแยก และไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ทั้งนี้ ฮีน เต็ต อ่อง โดนลงโทษแบน 1 นัด จะพลาดลงสนามพบเปรัก เอฟซี 2 ในวันศุกร์นี้ และมีสิทธิโดนลงโทษหนักขึ้นถ้าเขายังคงทำผิดแบบเดิมอีก
ฟุตบอลฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นมากที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2440 และฟุตบอลทีมชาติไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกฟีฟ่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นับว่าเป็นประเทศแรกของโซนเอเชียที่เป็นสมาชิกฟีฟ่า แต่เป็นทีมที่ในอดีตไม่ประสบความสำเร็จในระดับไหนเลย แต่ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพ 2007 ในอดีตประเทศไทยไม่ค่อยสนับสนุนนักฟุตบอลอาชีพนัก นักเตะจึงนิยมไปค้าแข้งกับประเทศอื่นที่มีการสนับสนุนดีกว่า แต่หลังจากปี พ.ศ. 2552 ฟุตบอลอาชีพไทยเริ่มตื่นตัว เนื่องจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียตั้งกฎข้อบังคับให้แต่ละสโมสรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่มีสโมสรองค์กร รัฐวิสาหกิจ ปรับตัวไม่ได้ จึงต้องมีการยุบทีมทิ้ง หรือขายทีมไป หลังจากไทยพรีเมียร์ลีก 2552 เริ่มขึ้น แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมส์ในสนามมากขึ้น เงินเดือนนักเตะสูงขึ้น การจัดการของแต่ละสโมสรดีขึ้น ลีกไทยค่อย ๆ พัฒนาเป็นระดับ ส่งผลทำให้นักฟุตบอลที่เคยไปค้าแข้งต่างแดนกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าตอบแทนไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลงานทีมชาติกลับสวนทางเพราะว่าต้องใช้เวลาปรับตัว เนื่องจากยุคที่ลีกบ้านเรายังไม่เจริญนักฟุตบอลมีเวลาเตรียมทีมเยอะ แต่ปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะสโมสรเรียกเก็บตัวซ้อมเพื่อการแข่งขัน นักเตะจึงต้องใช้เวลาปรับตัว แต่ถือว่าฟุตบอลของประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 ปี แฟนบอลหันมาเชียร์ทีมในจังหวัดตัวเองมากขึ้น ทีมกระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดท้องถิ่นนิยม จึงเป็นที่มาที่แฟนบอลไทยเข้าไปชมเกมฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 มากขึ้นนั่นเอง
This website uses cookies.