Football Sponsored
Categories: ฟุตบอล

อำลาวงการ!บรีส์ยอดควอเตอร์แบ็กรีไทร์แล้ว

Football Sponsored
Football Sponsored

ดรูว์ บรีส์ จอมทัพชื่อก้องของ นิวออร์ลีน เซนต์ส ประกาศรีไทร์เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าตัวขอบคุณทีมและทุกคนในเมืองที่ช่วยตนเป็นอย่างดีตลอดช่วงที่ผ่านมา

    ดรูว์ บรีส์ ควอเตอร์แบ็กคนดังของ นิวออร์ลีน เซนต์ส สโมสรในศึกอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล ประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

    บรีส์ เข้าสู่ลีกเมื่อปี 2001 จากการที่โดน ซานดีเอโก้ ชาร์เจอร์ส ดราฟท์เข้าสู่ทีมเป็นคนที่ 32 ของรอบ 2 โดยเขาพาทีมไปเล่นรอบเพลย์ออฟได้ในฤดูกาล 2004-05 ด้วย แต่หลังจากที่ ชาร์เจอร์ส ไม่ยอมให้สัญญาตามที่เขาต้องการแล้วนั้น บรีส์ ก็ตัดสินใจไปเจรจากับทีมอื่น ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับ เซนต์ส เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปี 2006

    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บรีส์ ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด หลังจากที่พา เซนต์ส เข้ารอบเพลย์ออฟได้ถึง 9 ครั้ง และยังนำทีมได้แชมป์ ซูเปอร์โบวล์ เมื่อฤดูกาล 2009-10 ด้วย แถมเขายังได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ในเกม ซูเปอร์โบวล์ ครั้งนั้นอีกต่างหาก

    บรีส์ วัย 42 ปี กล่าวผ่าน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า “หลังจากอยู่ใน เอ็นเอฟแอล มา 20 ปี และเป็นผู้เล่นของ เซนต์ส มา 15 ปี มันก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะรีไทร์จากเกมฟุตบอล ผมทุ่มเททั้งหัวใจและจิตวิญญาณเพื่อทำหน้าที่ควอเตอร์แบ็กของคุณในทุกวัน ผมทุ่มเทเพื่อองค์กร เซนต์ส, เพื่อทีมของผม และเพื่อเมืองนิวออร์ลีนส์ แบบสุดตัวจนถึงวันสุดท้าย”

    “เรามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน ซึ่งหลายช่วงจะฝังลึกอยู่ในใจและความคิดของผม มันจะเป็นส่วนหนึ่งของเราไปตลอดกาล พวกคุณช่วยหล่อหลอมผมขึ้นมา, ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น, สร้างแรงบันดาลใจให้ผม และทำให้ผมมีความทรงจำที่ผมจะจดจำไปตลอดกาล เป้าหมายของผมในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาคือการมอบทุกอย่างให้พวกคุณเพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับทุกอย่างที่พวกคุณมอบให้ผม รวมถึงมอบสิ่งต่างๆ ให้พวกคุณมากกว่าที่ผมได้รับด้วย”

    “ผมแค่จะบอกลาจากการเล่นฟุตบอลเท่านั้น ผมไม่ได้ถึงขั้นบอกลาจาก นิวออร์ลีนส์ นี่ไม่ใช่การอำลา มันเป็นการเริ่มต้นการเดินทางบทใหม่มากกว่า ตอนนี้การทำงานในชีวิตความเป็นจริงของผมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!”

    สำหรับ บรีส์ นั้น เป็นเจ้าของสถิติหลายอย่างของ เอ็นเอฟแอล อย่างเช่น การทำระยะรวมจากการขว้างได้เยอะที่สุดในฤดูกาลปกติที่ 80,358 หลา, การขว้างบอลเข้าเป้าได้มากที่สุดในฤดูกาลปกติที่จำนวน 7,142 ครั้ง, การขว้างทัชดาวน์ได้ติดต่อกันมากที่สุดในด้านจำนวนเกมที่จำนวน 54 นัดติดต่อกัน และการเป็นเจ้าของสถิติร่วมในการทำทัชดาวน์ต่อ 1 เกมได้มากที่สุดที่จำนวน 7 ครั้ง เป็นต้น

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
Football Sponsored
ฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่นิยมเล่นมากที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2440 และฟุตบอลทีมชาติไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกฟีฟ่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2468 นับว่าเป็นประเทศแรกของโซนเอเชียที่เป็นสมาชิกฟีฟ่า แต่เป็นทีมที่ในอดีตไม่ประสบความสำเร็จในระดับไหนเลย แต่ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพ 2007 ในอดีตประเทศไทยไม่ค่อยสนับสนุนนักฟุตบอลอาชีพนัก นักเตะจึงนิยมไปค้าแข้งกับประเทศอื่นที่มีการสนับสนุนดีกว่า แต่หลังจากปี พ.ศ. 2552 ฟุตบอลอาชีพไทยเริ่มตื่นตัว เนื่องจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียตั้งกฎข้อบังคับให้แต่ละสโมสรจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แต่มีสโมสรองค์กร รัฐวิสาหกิจ ปรับตัวไม่ได้ จึงต้องมีการยุบทีมทิ้ง หรือขายทีมไป หลังจากไทยพรีเมียร์ลีก 2552 เริ่มขึ้น แฟนบอลเริ่มเข้ามาชมเกมส์ในสนามมากขึ้น เงินเดือนนักเตะสูงขึ้น การจัดการของแต่ละสโมสรดีขึ้น ลีกไทยค่อย ๆ พัฒนาเป็นระดับ ส่งผลทำให้นักฟุตบอลที่เคยไปค้าแข้งต่างแดนกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าตอบแทนไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลงานทีมชาติกลับสวนทางเพราะว่าต้องใช้เวลาปรับตัว เนื่องจากยุคที่ลีกบ้านเรายังไม่เจริญนักฟุตบอลมีเวลาเตรียมทีมเยอะ แต่ปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเพราะสโมสรเรียกเก็บตัวซ้อมเพื่อการแข่งขัน นักเตะจึงต้องใช้เวลาปรับตัว แต่ถือว่าฟุตบอลของประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะหลังจากนั้นเพียง 2 ปี แฟนบอลหันมาเชียร์ทีมในจังหวัดตัวเองมากขึ้น ทีมกระจายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดท้องถิ่นนิยม จึงเป็นที่มาที่แฟนบอลไทยเข้าไปชมเกมฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 มากขึ้นนั่นเอง